ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมายนั้น หากเราใช้กันอย่างไม่รู้จักคำว่าประหยัด หรือใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด นับวันก็ยิ่งร่อยหรอหมดไปได้ อย่างก๊าซธรรมชาติของไทย มีการคาดคะเนว่าจะมีให้ลูกหลานเราได้ใช้อีกไม่เกิน 30 ปีข้างหน้านี้แล้ว เมื่อมองไปยังเพื่อนบ้านของเราอย่างจีน ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งพัฒนาก๊าซธรรมชาติจากหินน้ำมันให้ฝันกลายเป็นจริง
ประเทศจีน ซึ่งกลายเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติสุทธิไปแล้วตลอดช่วงระยะ 4 ปีที่ผ่านมา กำลังลงทุนหนักมากเพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้พัฒนาแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติจากน้ำมัน (shale gas) ที่มีอยู่อย่างมากมายให้ได้ปริมาณสูงถึง 80,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ภายในปี2020 ทั้งนี้ตามรายงานข่าวเกี่ยวกับร่างแผนการระดับชาติฉบับหนึ่ง ที่ได้ทราบมาจากผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ แต่จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่กระทำโดยสำนักข่าว บลูมเบิร์ก นิวส์ (Bloomberg News) พวกเขาระบุว่าถ้าหากได้สัก 1 ใน 3 ของปริมาณดังกล่าวก็จะต้องถือว่าโชคดีแล้ว
องค์การสารสนเทศพลังงาน (Energy Information Administration หรือ EIA) แห่งกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ (USDepartment of Energy) ให้ตัวเลขประมาณการไว้ว่า จีนมีก๊าซธรรมชาติจากหินน้ำมันที่ในทางเทคนิคสามารถขุดเจาะนำขึ้นมาใช้ได้ 36 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่กระทรวงที่ดินและทรัพยากร (Ministry of Land andResources) ของรัฐบาลจีนเอง ให้ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการไว้ที่ 31 ล้านล้านลูกบาศก์เมตร โดยในจำนวนนี้มีเพียง 25 ล้านล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นที่เหมาะสมแก่การขุดค้นขึ้นมาจริงๆ
ทางกระทรวงเพิ่งประกาศว่า ในปี 2012 นี้ จะให้น้ำหนักกับเรื่องการสำรวจและการประเมินคุณภาพของก๊าซธรรมชาติจากหินน้ำมัน และ จะให้ก๊าซธรรมชาติจากหินน้ำมันเป็นทรัพยากรเหมืองแร่ อิสระ ซึ่งก็คือการเปิดโอกาสให้พวกบริษัทเอกชนของจีนเข้าไปดำเนินกิจการในภาคส่วนนี้ได้
ตลอดช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา พวกบริษัทพลังงานของจีนออกตระเวนไปทั่วโลก (หรืออย่างน้อยที่สุดก็ออกตระเวนไปในอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นอาณาบริเวณที่การพัฒนาหลักวิชาทางด้านนี้ก้าวไปไกลที่สุด) เพื่อค้นหาเทคโนโลยีเรื่องก๊าซธรรมชาติจากหินน้ำมันรวมทั้งเทคโนโลยีการขุดเจาะที่เรียกว่า hydraulic fracturing หรือ fracking ซึ่งพวกเขาจะสามารถนำไปใช้เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในปี 2011 รัฐวิสาหกิจของจีนหลายๆ แห่งได้ไปลงทุนในแคนาดากันยกใหญ่ โดยในจำนวนการลงทุนร่วมๆ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯที่พวกเขาใช้จ่ายไปเพื่อซื้อบริษัทพลังงานต่างๆ ในระยะเวลาดังกล่าวนั้น เกือบๆ 1 ใน 3 ทีเดียวเป็นการลงทุนในแคนาดา
อย่างไรก็ดี เนื่องจากสภาพทางธรณีวิทยาของหินน้ำมันในอเมริกากับในจีนมีความแตกต่างกัน ทำให้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการถ่ายทอดเทคโนโลยีจะกระทำกันในลักษณะไหน สินแร่หินน้ำมันในจีนนั้นอยู่ระดับลึกลงไปใต้ดินมากกว่าที่ปรากฏในสหรัฐฯ ซึ่งเวลานี้ก๊าซธรรมชาติจากหินน้ำมันได้กลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในซัพพลายเชื้อเพลิงโดยรวมของประเทศไปแล้ว ข้อเท็จจริงเรื่องสภาพทางธรณีวิทยา เมื่อบวกกับเรื่องที่การก่อตัวของหินน้ำมันในจีนยังมีความซับซ้อนยุ่งยากมากกว่าในอเมริกาเหนืออีกด้วยทำให้คาดหมายได้ว่าจะไปเพิ่มต้นทุนในการขุดค้น ยิ่งไปกว่านั้น ตามการศึกษาของ นีล เบเวอริดจ์ (Neil Beveridge) แห่งบริษัทแซนฟอร์ด ซี เบิร์นสไตน์ แอน โค. (Sanford C Bernstein & Co.) ที่บลูมเบิร์ก นิวส์ หยิบยกขึ้นมาอ้างอิงนั้น วิทยาการแร่ (mineralogy) ของหินน้ำมันในประเทศจีนโดยพื้นฐานแล้ว ... ไม่ใช่มาจากทะเล ซึ่งหมายความว่า ... มีส่วนประกอบของดิน (สูงกว่า) และทำให้แตกร้าวได้ยากกว่า