รัฐบาลประเทศเดนมาร์กประกาศโครงการพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อให้ก้าวขึ้นมาเป็นแหล่งพลังงานหลักของประเทศโดยมีแผนที่จะยกระดับการใช้พลังงานทดแทนให้ได้คิดเป็นอัตรา 35% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศในปี 2020 และมีแผนที่จะใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทน 100% ในปี ค.ศ. 2050
Martin Lidegaard รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกว่า นี่คือแผนการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อช่วยลดปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเรามีเป้าหมายที่จะช่วยให้ประชาชนภายในประเทศยกเลิกการใช้นำมันและก๊าซธรรมชาติ
โครงการนี้ถือเป็นก้าวแรกของแผนการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 34% จากปริมาณที่วัดได้ในปี ค.ศ. 1990 ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2020 และลดปริมาณการบริโภคพลังงานให้ได้มากกว่า 12% เมื่อเทียบกับปริมาณการบริโภคในปีค.ศ. 2006 โครงการดังกล่าว มีแผนที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนให้ได้ 35% จากปริมาณการบริโภคพลังงานภายในประเทศทั้งหมด โดยที่ 50% ของพลังงานดังกล่าวจะผลิตขึ้นจากลม แม้ว่าประเทศเดนมาร์กจะอยู่บนพื้นที่ที่มีกระแสลมแรง รัฐบาลของประเทศก็มีแผนที่จะหาแนวทางการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่น ความร้อน ก๊าซชีวภาพ และเทคโนโลยีอื่นๆ อีกด้วย
Lidegaard กล่าวในคำแถลงการณ์ว่า "ประเทศเดนมาร์กจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของโลกด้านการใช้พลังงานสะอาด โครงการนี้จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับราคาน้ำมัน และถ่านหิน ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้ก็จะช่วยสร้างงานให้กับประชาชนภายในประเทศในอนาคต เช่นกัน
บรรดาสื่อมวลชนหวังว่าโครงการดังกล่าวของประเทศเดนมาร์กจะเป็นแบบอย่าง และแรงบันดาลใจให้แก่ประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปเริ่มให้ความสำคัญกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อนในอนาคต