| ข่าวจากหัวข้อ : พลังงานแสงอาทิตย์ |
| |
ประเทศซาอุดีอาระเบีย กับคำว่า พลังงานทดแทนอาจจะฟังดูแปร่งหูไปสักนิด เพราะแม้ว่าจะมีแสงแดดพอที่จะใช้เป็นแหล่งพลังงาน แต่ประเทศซาอุดีอาระเบียกลับอ้อยอิ่งที่จะใช้ประโยชน์ บวกกับพยายามทำตัวเป็นตะเข้ขวางคลองป่วนมติของนานาชาติเกี่ยวกับการกำหนดราคาน้ำมันในตลาด เนื่องจากเป็นประเทศผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่แล้ว...ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยน
ภายใต้แผนพลังงานฉบับใหม่ ประเทศซาอุดีอาระเบียตั้งเป้าผลิตไฟฟ้า 41 กิกะวัตต์จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ภายในปี พ.ศ. 2547 โดยภาพรวมกระแสไฟฟ้า 16 กิกะวัตต์จะมาจากการผลิตโดยแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้โดยตรง (Photovoltaic System) ส่วนกระแสไฟฟ้า 25 กิกะวัตต์ที่เหลือมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนแสงอาทิตย์ (Solar Thermal Power Plants)
กษัตริย์อับดุลเลาะห์ บิน อับดุล อาซิซ อัล ซาอุด ทรงตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยพลังงานทดแทน หรือ เดอะ คิง อับดุลเลาะห์ ซิตี้ ฟอร์ อะตอมมิก แอนด์ รีนิวเอเบิล เอนเนอจี (KACARE) ซึ่งมีใจความว่าประเทศซาอุดีอาระเบียหวังที่จะพลิกประเทศสู่ราชอาณาจักรแห่งพลังงานยั่งยืน อนึ่ง วัตถุประสงค์หลักของการร่างแผนพลังงานดังกล่าว คือ การลดการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลในขั้นตอนการผลิต ส่งเสริมให้มีการก่อตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และสร้างงานให้กับประชากรในประเทศ ทั้งนี้ แผนพลังงานของประเทศซาอุดีอาระเบียนับเป็นการกำหนดแผนการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่ท้าทายมากที่สุดแผนการหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนของความสามารถในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์
อนึ่ง อีกหนึ่งแผนการใหญ่เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ เดอะ เยาวหราล เนห์รู เนชั่นแนล โซลาร์ มิชชั่น (JNNSM) ของประเทศอินเดียก็น่าจับตามองไม่น้อย ซึ่งประเทศอินเดียตั้งเป้าผลิตกระแสไฟฟ้า 20 กิกะวัตต์จากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ ในอีก 10 ปีข้างหน้า |