บรรยายใต้ภาพ: เรือบรรทุกสินค้ากำลังลำเลียงโครงสร้างขนาดใหญ่ของเสากังหันลมบริเวณท่าเรือในเมืองเบรเมอร์ฮาเวน เมืองท่าของประเทศเยอรมนี
เสากังหันลมซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของกังหันลมนอกชายฝั่งมีโครงสร้างขนาดใหญ่ เสาบางต้นสูงถึง 65 เมตร สูงราวๆ ลอนดอน ทาวเวอร์ บริดจ์ และหนักถึง 950 ตัน หนักราวๆ ตู้โดยสาร 950 โบกี้
แอนแดรส เวลล์บร็อก ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการลำเลียงอุปกรณ์ติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่ง กล่าวว่า เนื่องจากเสากังหันลมมีขนาดใหญ่ จึงต้องอาศัยกลวิธีที่ซับซ้อนในการลำเลียง ซึ่งการขนส่งทางทะเลนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยต่อยอดธุรกิจพลังงาน เนื่องจากทุ่งกังหันลมนอกชายฝั่งมีบทบาทสำคัญในตลาดอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศเยอรมนี
อนึ่ง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี มีแผนที่ท้าทายในการส่งเสริมธุรกิจพลังงานทดแทน เนื่องจากมีการปรับแผนพลังงานแบบกะทันหันหลังเกิดวิกฤตการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ ขณะเดียวกัน สภาพยุโรปได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนอย่างน้อย 35 เปอร์เซ็นต์ในปีพ.ศ. 2563 และเพิ่มเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ในปีพ.ศ. 2593 จากปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ และในปีพ.ศ. 2563 ประเทศเยอรมนีตั้งเป้าผลิตกระแสไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์จากกังหันลมนอกชายฝั่ง จากเดิมที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียง 200 เมกะวัตต์ในปีพ.ศ. 2553
ทั้งนี้ ทุ่งกังหันลมนอกชายฝั่งที่อาศัยความแรงและความสม่ำเสมอกว่าของกระแสลมในทะเล มีประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้ามากกว่าทุ่งกังหันลมทั่วไป ซึ่งในขณะนี้ประเทศแถบยุโรปสนใจที่จะติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่งมากยิ่งขึ้น
คณะกรรมการพลังงานลมโลก (Global Wind Energy Council: GWEC) ระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีสัดส่วนในการติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่งต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ แต่สัดส่วนดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นประมาณ10 เปอร์เซ็นต์ภายในปี พ.ศ. 2563 เนื่องจากแรงผลักดันจากทั่วโลกในการส่งเสริมให้ใช้พลังงานทดแทนที่สะอาด ขณะที่ข้อมูลจากคณะกรรมการพลังงานลมโลก ระบุว่าพลังงานราว 90 เปอร์เซ็นต์จากแหล่งพลังงานลมมีที่มาจากทวีปยุโรป โดยส่วนใหญ่มาจากสหราชอาณาจักร ประเทศเดนมาร์ก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศเยอรมนี และทะเลเหนือและทะเลบอลติกได้ชื่อว่ามีกระแสลมที่เอื้อต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม
อนึ่ง จากการศึกษาร่วมกันของวารสารโลจิสติกส์ในเยอรมนีและบริษัทให้คำปรึกษาในเยอรมนี พบว่า ภายในปีพ.ศ. 2563 อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในเยอรมนี ที่ดำเนินการลำเลียงอุปกรณ์ติดตั้งกังหันลมนอกชายฝั่ง อาจกอบโกยรายได้ถึง 31 พันล้านยูโร ทั้งนี้ บริษัทโลจิสติกส์ในเยอรมนีได้เริ่มดำเนินการขนย้ายอุปกรณ์ติดตั้งกังหันลมขนาดใหญ่ เช่น ใบพัด และโครงสร้างเสากังหันลม กันแล้ว
แฟรงค์ ไรเชิร์ท รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทด้านการบริหารจัดการ กล่าวว่า การก่อสร้างทุ่งกังหันลมนอกชายฝั่งใช้เวลาหลายปี ระยะเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับระบบโลจิสติกส์ ซึ่งการขนส่งดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่ใช้แรงงานค่อนข้างมาก มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสูง ขณะเดียวกันกระแสลมกับคลื่นทะเลนับเป็นอุปสรรคสำคัญและค่อนข้างเป็นอันตรายต่อการลำเลียงอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมหาศาล แต่การติดตั้งกังหันลมใช้เวลาเพียง 3 ถึง 4 เดือนเท่านั้น