| ข่าวจากหัวข้อ : ภาวะโลกร้อน |
| |
สื่อในประเทศอังกฤษได้รายงานว่า หากประชาชนทุกคนหันมาเน้นบริโภคผักและผลไม้มากขึ้น จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เป็นจำนวนมาก จากปริมาณการผลิต การประกอบอาหารและการขนส่งที่ลดลง จากการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบริษัทผลิตอาหาร 61 แห่งช่วยให้ ศาสตราจารย์ Nick Hewitt แห่งมหาวิทยาลัย Lancaster และ Mike Berners-Lee ผู้เขียนรายงานนี้ พบว่า การลดปริมาณอาหารที่บริโภค จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ จากการสำรวจโดยการเปรียบเทียบปริมาณอาหารที่ประชาชนบริโภคและปริมาณก๊าซเรือนกระจกในประเทศอังกฤษ ซึ่งสูงถึง 167 ตันต่อปี ซึ่งผลปรากฏว่า หากประชาชนหันมารับประทานผักและผลไม้แทนที่อาหารที่รับประทานอยู่ในปัจจุบัน จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 22 - 26% จำนวนการนำเข้าผักและเห็ดอยู่ในระดับค่อนข้างสูง รวมถึงต้นทุนในการให้ความร้อนต่อเรือนกระจก ในทางตรงกันข้าม ผักและผลไม้ที่ปลูกด้วยอุณหภูมิตามธรรมชาติ ซึ่งถูกนำเข้ามายังประเทศอังกฤษทางเรือ ด้วยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในจำนวนน้อย ขั้นตอนการผลิตการทำอาหารจากเนื้อสดมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 11 กิโลกรัมต่อ เนื้อ 1 กิโลกรัม และ เบคอน จะมีอัตราการปล่อยอยู่ที่ 9 กิโลกรัม ส่วนไวน์นั้น จะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 2 กิโลกรัม ต่อ ไวน์ 1 กิโลกรัม ในขณะที่การผลิตอาหารอื่นๆเช่น ซีเรียล นม หรือ ขนมปัง มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ถึง 2 กิโลกรัม
ศาสตราจารย์ Nick Hewitt กล่าวว่า ก๊าซเรือนกระจกเกิดจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงทั่วโลก การผลิตอาหารโดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง การไดเอ็ตหรือ ควบคุมการรับประทานอาหารจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลดก๊าซเรือนกระจกบนชั้นบรรยากาศได้เป็นจำนวนมาก |