| ข่าวจากหัวข้อ : ข่าวสิ่งแวดล้อม |
| |
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ผุดขึ้นทั่วโลก รองรับนักท่องเที่ยวผู้มีจิตสำนึกรักธรรมชาติที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะว่าการที่โรงแรมจะขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรมสีเขียวนั้น ทางโรงแรมเองจะต้องทำอะไรนอกเหนือจากการรักษาสิ่งแวดล้อมทั่วไป เช่น การติดตั้งหลอดไฟประหยัดพลังงาน หรือขอร้องให้แขกใช้ผ้าขนหนูซ้ำ และจะต้องแสดงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงเพื่อสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ลอเรน เมซอง ผู้เผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวออนไลน์ กล่าวว่าโรงแรมควรให้แขกมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมผ่านประสบการณ์ที่ตราตรึงใจ ซึ่งอาจรวมไปถึงการปั่นจักรยาน การลดการพึ่งพารถยนต์ในการเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ การกระตุ้นให้แขกมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ หรือการพาแขกไปเยี่ยมชมสวนที่ใช้ผลผลิตที่ได้จากสวนมาปรุงอาหาร
ด้วยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นนำเสนอโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 10 โรง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมที่มีบริการชั้นยอดผสมผสานกับจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม |
10.โรงแรมกรีน เฮ้าส์ โบร์นมัท สหราชอาณาจักร
|
โรงแรมกรีน เฮ้าส์เป็นโรงแรมที่หรูหราตั้งอยู่ใจกลางเมืองโบร์นมัท ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทะเลที่มีเสน่ห์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ และขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ คุณสมบัติเด่นด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ เตียงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติทั้งหมด เช่น ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นไม้โตเร็วชนิดหนึ่ง และยังเป็นไม้เอนกประสงค์ที่ใช้ในโรงงานในปัจจุบัน การใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนแสงอาทิตย์ ระบบเก็บกักน้ำฝน ตลอดจนการทำเกษตรอินทรีย์ โรงแรมกรีน เฮาส์ดำเนินการเรื่องพลังงาน การกำจัดของเสีย และการจัดการน้ำ ตลอดจนเมนูในห้องอาหารที่ใช้ผักปลอดสารพิษที่ออกตามฤดูกาลในท้องถิ่น |
9.โรงแรมเลอ เฟย์ รีสอร์ทแอนด์สปา ทะเลสาบการ์ดา อิตาลี
|
เลอ เฟย์ รีสอร์ทแอนด์สปา ได้รับการออกแบบเพื่อผสมผสานการบริการที่หรูหรากับจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เลอ เฟย์ รีสอร์ทแอนด์สปา ตั้งห่างจากเมืองประวัติศาสตร์เวโรน่าประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประหยัดพลังงาน และได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิประเทศ โดยสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลสาบการ์ดา ทั้งนี้ คุณสมบัติเด่นด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ สถานีชีวมวล เครื่องผลิตไฟฟ้าที่ให้พลังงาน 3 อย่าง ซึ่งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า น้ำร้อน และความเย็นในเครื่องเดียว กังหันลมขนาดเล็ก แผงพลังงานแสงอาทิตย์ และซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมการประหยัดพลังงาน และการบำบัดน้ำ เลอ เฟย์ รีสอร์ทแอนด์สปาเป็นโรงแรมหรูที่พยายามลดขยะพลังงานตลอดจนการใช้น้ำ ยกตัวอย่างเช่น ใช้หม้อไอน้ำชีวภาพขนาดใหญ่ผลิตพลังงานสำหรับใช้ในโรงแรมเพื่อทดแทนการใช้น้ำมัน ตลอดจนส่งเสริมให้มีการใช้ฟืน เลอ เฟย์ รีสอร์ทแอนด์สปานับได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความกลมกลืนระหว่างความหรูหราและความยั่งยืน |
8.โรงแรมแคน มาร์ติ อีบีซา สเปน
|
อีบีซาเป็นเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของประเทศสเปนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่พักผ่อนในวันหยุดที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่นิยมอาบแดด และมักจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม หมู่เกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแห่งนี้ยังเป็นจุดมุ่งหมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึกรักธรรมชาติอีกด้วย ฟาร์มเฮ้าส์ที่มีอายุ 400 ปี ในแคน มาร์ติ และอพาร์ตเมนท์ถูกสร้างและฟื้นฟูด้วยจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตกระแสไฟฟ้า การนำน้ำเสียมาบำบัดเพื่อกลับมาใช้ใหม่ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยความร้อน ซึ่งสามารถผลิตน้ำร้อน นอกจากนี้ แขกที่มาเยือนสามารถว่ายน้ำในสระที่ใช้ไม่ใช้สารเคมี แต่ใช้พืชในการทำความสะอาดและกรองน้ำ ตลอดจนการปั่นจักรยานฟรีรอบเกาะ แม้อีบีซาเลื่องชื่อว่าเป็นเกาะแห่งการสังสรรค์ แต่นั่นเป็นเพียงเพียงพื้นที่เล็กๆ บนเกาะแห่งนี้เท่านั้น แทนที่จะใช้สารเคมีในสระว่ายน้ำ ทางโรงแรมกลับรังสรรค์สระที่เป็นมิตรต่อสิ่งมีชีวิต ด้วยการใช้พืชที่สามารถเพิ่มออกซิเจนในน้ำ |
7.โรงแรมแคมปิ ยา คานซี่ เคนยา
|
โรงแรมแคมปิ ยา คานซี่ตั้งอยู่บริเวณเชิงยอดเขาคิลิมานจาโรที่สวยงาม มอบโอกาสสุดพิเศษให้แขกได้พักแรมในป่าแอฟริกา ซาฟารีแคมป์ที่หรูหรา ด้วยความร่วมมือระหว่างเจ้าของชาวอิตาเลียนและชุมชนพื้นเมืองมาซาย ส่งผลให้โรงแรมแห่งนี้กวาดรางวัลการท่องเที่ยวเชิงนิเวศหลายรางวัล โรงแรมแห่งนี้เก็บน้ำฝนไว้ใช้ ผลิตไฟฟ้าจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ในขณะเดียวกันหุงอาหารจากถ่านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตน้ำร้อน ทั้งนี้ โรงแรมแคมปิ ยา คานซี่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติถึงความพยายามที่จะส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยแขกหนึ่งท่านจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมพิเศษในการอนุรักษ์เป็นเงินจำนวน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน เพื่อตอบแทนโครงการที่สร้างประโยชน์ภายในชุมชน โดยเจ้าของชาวอิตาเลียนมีความมุ่งมั่นอย่างลึกซึ้งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและในชุมชนท้องถิ่นมาซาย
|
6.โรงแรมคอง อาร์เธอร์ โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก
|
โรงแรมคอง อาร์เธอร์ ตั้งห่างจากใจกรุงโคเปนเฮเกนพียงไม่กี่นาที ทางโรงแรมได้พยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่เดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2550 ห้องพักของโรงแรมทั้ง 155 ห้องมอบโอกาสให้แขกได้ซื้อโควตาปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างเข้าพักในโรงแรม โดยสัญญาการซื้อโควตาจะเป็นคิดเป็นจำนวนเงิน โรงแรมสี่ดาวแห่งนี้มีนโยบายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการรณรงค์ให้แขกใช้รถจักรยาน รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ทั้งนี้ โรงแรมคอง อาร์เธอร์ซื้อโควตาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
|
5.โรงแรมไฮแอท แอท โอลีฟ 8 ซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา
|
โรงแรมไฮแอท แอท โอลีฟ 8 เป็นผู้นำด้านการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม หรือ (Leadership in Energy and Environmental Design: LEED) ซึ่งได้รับการรับรองจากรัฐซีแอตเทิล นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับระดับนานานชาติและการรับรองจากสหรัฐอเมริกาในเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ. 2550 คุณสมบัติเด่นด้านสิ่งแวดล้อมได้แก่ โถสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ระบบจัดการน้ำด้วยเครื่องกลที่ใช้สารเคมีต่ำ ลานจอดสำหรับจอดรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการประหยัดน้ำมัน และมีที่ชาร์จแบตแตอรี่รถยนต์บริเวณชั้นจอดรถใต้ดิน นอกจากนี้ยังมีสปาชั้นเยี่ยมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ห้องพักทันสมัยครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และยังมีที่ตั้งเอื้ออำนวยสำหรับการเดินชมเมืองอีกด้วย |
4.โรงแรมเบส เวสเทิร์น พรีเมียร์ วิคตอเรีย ไฟร์บูร์ก เยอรมณี
|
โรงแรมเบส เวสเทิร์น พรีเมียร์ วิคตอเรียเป็นโรงแรมระดับสี่ดาว ตั้งห่างจากสถานีไฟร์บูร์กประมาณ 200 เมตร ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติว่าเป็นต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีอาคารที่มีประวัติศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยห้องพักที่ติดเครื่องปรับอากาศจำนวน 66 ห้อง และห้องปลอดภูมิแพ้และบุหรี่ โรงแรมแห่งนี้ใช้พลังงานที่ได้จากธรรมชาติ อันได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำ ลม ตลอดจนฟืน ในขณะเดียวกันมีการใช้เครื่องมือที่ช่วยในการประหยัดพลังงานภายในห้อง และอุปกรณ์ควบคุมการไหลของน้ำในอ่างล้างมือและฝักบัว ช่วยให้โรงแรมแห่งนี้ได้รับการรับรองว่าเป็นโรงแรมสีเขียว ทั้งนี้ โรงแรมวิคตอเรียได้พยายามลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น การใช้พลังความร้อนจากแสงอาทิตย์แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล บ่อยครั้งที่คนจะคิดว่าโรงแรมสีเขียวในแง่สถานที่ตั้งที่ห่างไกล แต่จริงๆแล้วมีหลายโรงแรมใจกลางเมืองที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งโรงแรมวิคตอเรียก็เป็นตัวอย่างของโรงแรมเหล่านั้น |
3.โรงแรมอินน์ บาย เดอะ ซี โฮเต็ล รัฐเมน สหรัฐอเมริกา
|
นอกจากโรงแรมอินน์ บาย เดอะ ซี โฮเต็ลจะใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์ นำฝาจุกไวน์กลับมารีไซเคิล ใช้สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ และผลิตความร้อนจากเชื้อเพลิงชีวภาพแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้มีความโดดเด่น คือ ความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า สวนที่ดึงดูดแมลงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยแก่สัตว์ป่าในท้องถิ่น และผีเสื้อที่ใกล้สุญพันธุ์ ทั้งนี้ โรงแรมแห่งนี้ได้รับการรับรองการออกแบบเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ระดับเงิน โดยได้พยายามปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในรัฐเมนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเชิญชวนแขกที่มาพักให้ร่วมมือใจในกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด และฟื้นฟูแหล่งอาศัยของกระต่ายรวมไปถึงผีเสื้อจักรพรรดิที่ใกล้จะสูญพันธุ์ โดยแขกสามารถสนุกไปกับเส้นทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันยังสามารถเรียนรู้การปลูกพืชท้องถิ่น ตลอดจนวิธีการลดขยะให้เป็นศูนย์
|
2.โรงแรมฮาร์โมนี โนซารา คอสตาริกา
|
โรงแรมฮาร์โมนีนับเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตสีเขียวในสถานที่ในฝันอย่างเมืองชายฝั่งโนซารา คอสตาริกา เริ่มต้นมื้อเช้าด้วยอาหารเช้าปลอดสารเคมีจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เติมเต็มความสุขด้วยสมูทตี้ผลไม้สด โรงแรมฮาร์โมนีสมกับเป็นโรงแรมที่ได้รับการรับรองด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับห้าดาว เนื่องจากมีโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากมาย ทั้งที่เป็นโครงการลับและโครงการในอนาคต ทั้งนี้ แขกสามารถนอนบนเปลส่วนตัว มองดูฝูงลิงที่ซุกซนบริเวณต้นกล้วย ซึ่งทางโรงแรมปลูกด้วยน้ำที่ผ่านการบำบัด |
1.โรงแรมไวด์เดอร์เนส ล็อดจ์ อาร์เธอร์ พาส เกาะเซาท์ นิวซีแลนด์
|
ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติที่ตรึงตราตรึงใจของทะเลสาบริมขุนเขา ป่าชายหาด และทุ่งหญ้าสูง ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟาร์มเลี้ยงแกะมาริโน บริเวณเทือกเขาแอลป์ สถานที่พักผ่อนสุดหรูที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแห่งนี้สร้างขึ้นจากวัสดุในท้องถิ่น และการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดของแฟรงก์ ลอยด์ ไรต์ ที่ว่าสิ่งปลูกสร้างควรอยู่แนบชิดกับแผ่นดิน ทั้งนี้ แขกสามารถเติมเต็มความสุขด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และอาหารสดคุณภาพสูงจากท้องถิ่น เรียนรู้การทำฟาร์ม ซึ่งแขกผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตชนบท ตลอดจนสำรวจหุบเขาแอลป์ ทะเลสาบ และป่าไม้รอบที่พัก สถานที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในหมู่เกาะเซาท์แห่งนี้ได้ช่วยฟื้นฟูป่าไม้ท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่โรงแรมได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับชนเผ่าพื้นเมืองเมารี |