| ข่าวจากหัวข้อ : ข่าวสิ่งแวดล้อม |
| |
องค์การสหประชาชาติเตือนว่าการจัดการสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีค่าไว้ให้ลูกหลานในอนาคตเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติเตรียมเผยแพร่รายงานการประเมินสถานภาพสิ่งแวดล้อมโลกแบบองค์รวม ก่อนที่จะมีการประชุมองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่จะเปิดฉากขึ้นในสัปดาห์หน้า ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร
รายงานฉบับดังกล่าวพบว่ามนุษย์ยังคงมุ่งหน้าสู่เส้นทางที่ไม่ยั่งยืน แม้ว่านานาชาติพยายามตั้งเป้าหมายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมถึง 90 เป้าหมาย แจน ดูซิกส์ ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคยุโรปกล่าวว่าความคืบหน้าล่าสุดของเป้าหมายดังกล่าวใช้เวลาเพียง 4 ปี โดยมีการมุ่งเน้นให้ลดการผลิตและการใช้วัสดุที่ทำลายชั้นโอโซน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด ตลอดจนส่งเสริมให้มีการค้นคว้าวิจัยเพื่อลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทั้งนี้ เป้าหมาย 40 เป้าหมายเกี่ยวกับการขยายพื้นที่คุ้มครอง เช่น อุทยานแห่งชาติ ตลอดจนความพยามที่จะลดการตัดไม้ทำลายป่า เผยให้เห็นถึงความคืบหน้า ขณะที่เป้าหมาย 24 เป้าหมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดจำนวนของปลา การกลายสภาพเป็นทะเลทราย และความแห้งแล้ง มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย หรือไม่ก็ไม่มีความคืบหน้าเลย นอกจากนี้ยังพบว่าทวีปแอฟริกา เอเชีย ภูมิภาคแปซิฟิก ลาตินอเมริกา และหมู่เกาะแคริบเบียนประสบปัญหาเดียวกัน คือ การเพิ่มจำนวนของประชากรซึ่งก่อให้เกิดความต้องการทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น ปัญหาดังกล่าวเลวร้ายลงเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเมืองอย่างรวดเร็วในทวีปแอฟริกา เอเชีย และภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติลดลง นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุว่าการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาสำคัญอีกด้วย ส่วนทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือยังคงบริโภคทรัพยากรอย่างไม่บันยะบันยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทวีปอเมริกาเหนือที่หยุดพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน นอกจากนี้ยังพบว่าภูมิภาคเอเชียตะวันตกกำลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน และปัญหาการเพิ่มขึ้นของระดับของน้ำทะเล แต่ทั้งนี้ รายงานระบุว่าประเทศเยเมน ซาอุดีอาระเบีย และบาห์เรนมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำอย่างดี และยกย่องนโยบายในการฟื้นฟูทุ่งหญ้าธรรมชาติ (Rangeland) ในประเทศซีเรีย
รอน วิท ผู้ประสานงานโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่ารายงานฉบับดังกล่าวระบุเป็นครั้งแรกว่ามนุษย์ไม่สามารถต้านทานธรรมชาติและรับมือกับแรงต้านทานสิ่งแวดล้อมขณะเดียวกันได้วิเคราะห์แรงผลักดัน 2 ประการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก แรงผลักดันประการแรกคือจำนวนประชากรบนโลกที่มากจนเกินไป ซึ่งแน่นอนว่ามีความต้องการใช้ทรัพยากรมาก แรงผลักดันหลักอีกประการที่จำเป็นต้องระบุ ซึ่งเป็นแรงผลักที่ก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการ คือแรงผลักดันที่ก่อตัวขึ้นเอง นอกจากนี้ รอน วิท ยังให้ความเห็นว่ามนุษย์ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ดังนั้นควรจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพฤติกรรมทางสังคม ไม่เช่นนั้นโลกใบนี้จะประสบกับปัญหายิ่งขั้นในอนาคต และการแข่งขันเพื่อให้เกิดการพัฒนาไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อม หรือหมายถึงการใช้ทรัพยากรของประชากร
ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะในรายงานฉบับดังกล่าวระบุว่าข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ หลายประเทศควรจะมีเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ประกอบกับมีความรับผิดรับชอบร่วมกัน (Accountability) ตามข้อตกลงระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น |