การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอาจผลกระทบต่อประชาชนกว่า 10 ล้านคน สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เนื่องจากปรากฏการณ์โลกร้อน
ผลการวิจัยชิ้นใหม่ชี้ชัดว่าเหตุการณ์น้ำท่วมและคลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่งจะส่งผลกระทบต่อประชากรและชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั่วทุกมุมโลกอย่างแน่นอน แต่ตัวเลขของผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยกลับลดลงหลายล้านคน
นักวิจัยได้รวบรวมการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ตลอดจนการคาดการณ์ตัวเลขผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในอีก 20 ปี ข้างหน้าไว้ในงานวิจัยเป็นครั้งแรก ต่างจากงานวิจัยหลายชิ้นก่อนหน้านี้ที่ได้คาการณ์ว่าจำนวนประชากรโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ งานวิจัยชิ้นดังกล่าวยังคาดการณ์ผลกระทบในวงกว้างจากการที่ประชากรอพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่ง ตลอดจนนำเสนอแนวโน้มการเกิดภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก เพื่อให้ชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลเตรียมพร้อมและป้องกันตนเองได้ดียิ่งขึ้น
แคทเธอรีน เคอร์ติส นักสังคมวิทยา นักประชากรศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน กล่าวว่า เราประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชากรต่ำเกินไป และเรายังไม่ได้นับรวมประชากรอีกหลายล้านคน ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลก่อให้เกิดปัญหามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประชากรทั่วโลกกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล และมีความเป็นไปได้สูงที่เหตุการณ์น้ำท่วมตลอดจนคลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่งจะสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนและเพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพในอีกหลายปีข้างหน้า
แคทเธอรีน เคอร์ติส และแอนน์มารี ชไนเดอร์ ได้ศึกษาการคาดการณ์เกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในทศวรรษหน้า ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อคำนวณจำนวนประชากรที่มีความเสี่ยง ประกอบกับพิจารณาข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เพื่อระบุพื้นที่เสียงภัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประกอบไปด้วยรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐฟลอริดา รัฐนิวเจอร์ซีย์ และรัฐเซาท์แคโรไลนา ทั้งนี้ นักวิจัยได้คาดการณ์ว่าประชากรประมาณ 19.3 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในรัฐข้างต้นอาจประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชากรเกือบ 10 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งรัฐฟลอริดาอาจจะต้องอพยพหนีในกรณีที่เกิดเหตุการณ์คลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่งและน้ำท่วม
นอกจากนี้ เดอเบอราห์ บอล์ค นักประชากรศาสตร์จากสถาบันวิจัยประชากรแห่งมหาวิทยาลัยเปิดนครนิวยอร์ก กล่าวว่างานวิจัยที่มีลักษณะเช่นนี้ควรช่วยให้ชุมชนเกิดแนวคิดว่าควรทำการก่อสร้างที่อยู่อาศัย โรงเรียน ถนนหนทาง และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ตรงไหน และควรก่อสร้างอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว การทำวิจัยเช่นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเราสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ