หน้าหลัก 
 ข่าวสาร 
สัมภาษณ์ผู้บริหาร
ข่าวประชาสัมพันธ์
 บทความพิเศษ 
กฎหมายพลังงาน
บริหารจัดการพลังงาน
ISO 50001
ข่าวสิ่งแวดล้อม
ปัญหาสิ่งแวดล้อม
บริหารจัดการขยะ
สถิติพลังงาน
ภาวะโลกร้อน
แอพพลิเคชั่นรักษ์โลก
 พลังงานทดแทน 
พลังงานแสงอาทิตย์
พลังงานลม
พลังงานไบโอ
พลังงานน้ำ
พลังงานนิวเคลียร์
พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง
พลังงานคลื่น
พลังงานใต้พิภพ
 สินค้ารักษ์โลก 
นวัตกรรม
 เทคนิคการประหยัด 
วิธีประหยัดพลังงาน
 นิตยสารพลังงาน 
ฉบับล่าสุด
ฉบับย้อนหลัง
สมัครสมาชิก
 แกลเลอรี่ 
ภาพ
คลิปวีดีโอ
คลิปเสียง
เกมส์
ดาวน์โหลด
 ติดต่อเรา 
เกี่ยวกับเรา
สนใจโฆษณา
สมัครงาน
Energy Call
หมวดพลังงาน
หมวดอุตสาหกรรม
หมวดวิศวกรรม
หมวดยานยนต์
หมวดสิ่งแวดล้อม
หมวดทั่วไป
 

   

ที เอส เอ็น ไวร์ เปิดบ้านผลิตลวดเหล็ก
โชว์เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม



       "ที เอส เอ็น ไวร์ ชูเทคโนโลยีการผลิตจากญี่ปุ่น เปิดให้ชมโรงงานผลิตลวดเหล็กเคลือบสังกะสีที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย มุ่งผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ตั้งเป้าสร้างยอดขาย 900 ล้านบาท ไม่หวั่นจีนเป็นคู่แข่ง มั่นใจในคุณภาพสินค้า ทำตลาดเอเชียเป็นอันดับแรกก่อนย้ายไปอินเดีย อเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนซ์"


นายชอง เป๊ก ฮุง กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด และที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด กล่าวถึง คุณสมบัติเด่นของการเป็นบริษัทพันธมิตรระหว่างไทย -ญี่ปุ่น ที่ผสานการทำงานร่วมกับกลุ่ม ทาทาสตีลโกลบอลไวร์ บิสซิเนส จนทำให้ ที เอส เอ็นไวร์ พร้อมผลิตลวดเหล็กสังกะสีคุณภาพสูงที่ผลิตจากเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นภายใต้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก บริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทผลิตลวดเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40%

ทั้งยังมีการส่งออกไปอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทสยามลวดเหล็กฯ มา 20 ปี บริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่องและตั้งเป้าจะเติบโตต่อไปอีกปีละ10% จากการผลิตสินค้าในปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในปี 2014 ซึ่งเป็นปี Physical year บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 250,000 ตัน/ปี โดยสัดส่วนตลาดในประเทศและต่างประเทศคิดเป็น 50 : 50

ขณะที่สภาวะความต้องการของตลาดในประเทศไทย บริษัทตั้งเป้าจะผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ เช่น กล่อง Gabion ที่ใช้สำหรับบรรจุหินหรือดิน เพื่อก่อกำแพงกั้นนํ้าหรือกั้นดินถล่มในสภาวะที่เกิดภัยพิบัติ โดยทางบริษัทฯ จะไม่รอให้เกิดภัยพิบัติก่อน แต่จะเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นและลูกค้าจะได้เห็นประสิทธิภาพของสินค้าที่มีความคงทน สามารถป้องกันความเสียหายจากภัยพิบัติได้ และจากการสำรวจตลาดในประเทศพบว่ามีความต้องการกล่อง Gabion ประมาณ 100,000-120,000 ตัน/ปี คาดว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของ GDP พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ ยังพร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัวหากได้รับการตอบสนองที่ดีจากลูกค้า

ในส่วนของการเปิด AEC ย่อมส่งผลดีต่อบริษัท ที เอส เอ็น อย่างแน่นอน เนื่องจากการเปิด AEC ทำให้ภาครัฐต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น โครงการพัฒนาต่างๆ ย่อมส่งผลต่อความต้องการอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงกันอย่างสะดวกสบายภายในภูมิภาค จะเห็นได้ว่า AEC เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของ ที เอส เอ็นได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าขณะนี้ ที เอส เอ็น ได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแต่มียอดการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาแล้วและมั่นใจว่าด้วยกำลังการผลิต 36,000 ตัน/ปี จะทำให้บริษัทสามารถส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมตั้งเป้าในปีแรกที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที เอส เอ็นน่าจะมียอดขายประมาณ 900 ล้านบาท หรือประมาณ 30,000 ตัน และมองว่าตลาดจีนไม่ไช่คู่แข่ง เนื่องจากสินค้าของจีนอยู่ในกลุ่มตลาดล่าง เรามั่นใจว่าคุณภาพของบริษัทฯอยู่ในตลาดระดับสูงลงมาถึงกลาง

ขณะที่สัดส่วนของลูกค้าขึ้นอยู่กับความต้องการสินค้าแต่ละประเภทที่บริษัทฯ นำเสนอไป หากเป็นโครงการภาครัฐ เช่น โครงการ 2 ล้านล้านบาท สัดส่วนลูกค้าที่เป็นภาครัฐย่อมมีความต้องการสูงส่วนโครงการก่อสร้างตึกสูง ที่อยู่อาศัยห้างสรรพสินค้า โรงแรมของภาคเอกชนก็มีส่วนต่อยอดการสั่งซื้อสินค้าของบริษัทแล้วแต่ความต้องการสินค้าที่ตอบสนองการใช้งานของโครงการก่อสร้างนั้น ๆ เราจึงไม่สามารถระบุสัดส่วนลูกค้าได้อย่างชัดเจนแต่มั่นใจว่าการเติบโตของ ที เอส เอ็นต้องมีอีกหลายส่วนให้การสนับสนุนการใช้เครือข่ายเดิมจากบริษัทแม่ คือ บริษัทสยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท นิเชีย สตีล เวิร์ค จำกัด จะช่วยให้

บริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด สามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วบริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2555 ผลิตลวดเหล็กคาร์บอนตํ่าและคาร์บอนสูงเคลือบสังกะสีคุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งชนิดเส้นเดี่ยวและชนิดตีเกลียว รวมถึงลวดเหล็กเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 10% โดยมีกำ ลังการผลิตอยู่ที่ 36,000 ตันต่อปีปัจจุบันกำ ลังอยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรเพื่อเริ่มสายการผลิตสินค้า ออกสู่ตลาด โดยมีทีมวิศวกรชาวญี่ปุ่นจากนิเชียฯ เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อถ่ายโอนเทคโนโลยีต่าง ๆ และควบคุมคุณภาพของลวดเหล็กเคลือบสังกะสีให้มีคุณภาพในระดับดีเยี่ยมเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตจากโรงงานของนิเชียฯ ในญี่ปุ่น ในการผลิตลวดเหล็กเคลือบสังกะสี บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีการผลิตของเซนด์ซิเมียร์ (Sendzimir)มาใช้เป็นโรงงานแรกในประเทศไทย นับเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก

----------------------------------------------------------


 


 

TTF International Co.,Ltd
6th Floor, A.E.House 200/7-14, Soi Ramkhamhaeng 4

Ramkhamhaeng Rd, Suan Luang, Bangkok 10250 Thailand. Tel : (+66) 27172477  Fax : (+66) 2717-2466
www.ttfintl.com

Exposition

BUS & TRUCK EXPO

ARCHITECT EXPO



Publication & Website

www.buildernews.in.th

www.busandtruckmedia.com

www.energysavingmedia.com

www.hotgolfclub.com

www.builderclick.com

Copyright © 2014 All rights reserved. TTF International  Co.,Ltd.